Category: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกองทุนรวม

ทราบกันหรือไม่ว่ากองทุนรวมมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ทราบกันหรือไม่ว่ากองทุนรวมมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ปกติเวลาได้ยินเราก็มักจะได้ยินแค่คำว่ากองทุนรวม แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ากองทุนรวมมีกี่ประเภทและอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีการแบ่งกองทุนรวมออกเป็น 2 แบบ คือการแบ่งตามลักษณะการซื้อขายหน่วยลงทุน และแบ่งตามนโยบายการลงทุน หรือก็คือ กองทุนปิด (Closed-End fund) และ กองทุนเปิด (Open-End fund) ซึ่งทั้งสองแบบจะมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้ กองทุนปิด (Closed-End fund) จะมีลักษณะการจองซื้อเพียงครั้งเดียวตอนจัดตั้งโครงการในครั้งแรก จำนวนหน่วยลงทุนก็มีกำหนดแน่นอนไม่มีการเพิ่มหรือลด และมีกำหนดอายุโครงการแน่นอน กองทุกลักษณะนี้ผู้ซื้อจะไม่สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ โดยอายุจะกำหนดให้มีตั้งแต่ 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี ไปจนถึง 10 ปี แต่ถ้าต้องการซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มต้องเข้าไปในซื้อในตลาดรอง ซึ่งส่วนใหญ่ตลาดรองที่ทำการซื้อขายกันจะเป็นใน ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนเปิด (Open-End fund) ลักษณะกองทุนจะเป็นแบบไม่มีกำหนดอายุโครงการ ผู้ลงทุนสามารถที่จะไถ่ถอนเงินลงทุนได้ตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ทุกสัปดาห์, ทุกเดือน, ทุกไตรมาส หรือทุกปี เป็นต้น โดยมูลค่าที่รับซื้อจะเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งอาจจะมีค่าธรรมเนียมในการจัดการเกิดขึ้น ตามข้อตกลงหรือนโยบายของกองทุนที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้น กองทุนเปิดจัดเป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องมากกว่ากองทุนปิด ทำให้มีผู้สนใจลงทุนมากกว่า การลงทุนไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ยังจัดว่ามีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้คุณสามารถลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างที่ต้องการ

read more

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในกองทุนรวม ในการลงทุนกับกองทุนรวมจัดเป็นการลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน เพราะจัดเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างหนึ่งที่สามารถเก็บไว้ใช้ในวัยเกษียณอายุได้ แต่การลงทุนในกองทุนรวมเกือบทุกประเภทจะต้องมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม สำหรับค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะเปรียบเสมือนเป็นค่าจ้างหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับผู้บริหารกองทุนนั่นเอง และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บส่วนใหญ่จะมีดังนี้ 1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า เป็นค่าธรรมเนียมเรียกเก็บในครั้งแรกที่เรานำเงินมาลงทุน โดยอาจมีค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากองทุนรวมที่เราสนใจซื้อมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าคิดที่ 1% แล้วเรานำเงินมาซื้อกองทุนรวม 1,000 บาท หักจากค่าธรรมเนียม 1% ก็จะเท่ากับว่าเราซื้อกองทุนรวมที่ 990 บาท นั่นเอง 2. ค่าธรรมเนียมรายปี สำหรับค่าธรรมเนียมรายปีจะมีลักษณะเหมือนเราเสียค่าธรรมเนียมทั่วไปของบัตรต่างๆ อย่างเช่น บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งจะเรียกเก็บทุกๆ ปี สำหรับในกองทุนรวมก็จะมีการหักค่าธรรมเนียมจากเงินที่เรานำมาซื้อกองทุนในทุกปีเช่นกัน แต่จะหักเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนรวมแต่ละแห่ง ซึ่งอาจจะมากน้อยแตกต่างกัน 3. ค่าธรรมเนียมอื่นๆ อาจจะมีค่าธรรมเนียมนอกเหนือจาก 2 ข้อแรกที่กล่าวมาเกิดขึ้นได้ อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนประกอบกันด้วย เพราะกองทุนบางประเภทอาจจะมีค่าเนียมปลีกย่อยเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมจัดเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเสียไปอย่างสูญเปล่า แต่ถ้าผลประกอบการดีเงินปันผลดี ค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจจะเป็นเงินเพียงเล็กน้อย ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนก็อย่าลืมดูรายละเอียดต่างๆ ของกองทุนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการเลือกลงทุน

read more

รูปแบบทั่วไปของกองทุนรวม

รูปแบบทั่วไปของกองทุนรวม กองทุนรวมอาจจะมีให้เราเลือกหลายรูปแบบ แต่จะมีสองแบบหลักๆ ก็คือ กองทุนรวมแบบมีเงินปันผล และกองทุนรวมแบบไม่มีเงินปันผล ซึ่งสองแบบจะมีความแตกต่างอยู่ตรงที่ แบบแรกจะมีเงินปันผลให้กับผู้ลงทุนในทุกปีอาจจะเป็นปีละครั้ง หกเดือนครั้ง หรือสามเดือนครั้ง เป็นต้น แบบที่สองจะไม่มีเงินปันผลให้แต่ผลกำไรที่ได้จะนำไปรวมกับเงินที่นำมาซื้อกองทุนในครั้งแรก ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น สมมุติว่าเราได้นำเงินมาลงทุนในกองทุนรวมหรือซื้อหน่วยลงทุนเป็นมูลค่า 10,000 บาท ผู้บริหารกองทุนได้นำเงินไปลงทุนจนเกิดผลกำไรขึ้นและมีการจ่ายเงินปันผล 10% ก็เท่ากับว่าเราจะได้เงินปันผลที่ 1,000 บาท ซึ่งในยอดนี้จะมีค่าธรรมเนียมโดยจะต้องมีการตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ถ้าค่าธรรมเนียม 1% ก็เท่ากับว่าเราจะได้เงินปันผลที่ 990 บาท ส่วนแบบไม่มีเงินปันผลผู้ลงทุนจะได้รับกำไรหรือขาดทุนก็ต่อเมื่อทำการขายกองทุนรวมหรือหน่วยลงทุนที่ซื้อไว้ จากตัวอย่างข้างต้นอาจจะแสดงให้เห็นถึงผลกำไรและเงินปันผลที่ได้รับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการลงทุนในกองทุนรวมจะไม่มีการขาดทุน ถึงแม้ว่าผู้บริหารกองทุนจะเป็นนักบริหารมืออาชีพก็ตาม เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงและนอกจากนี้การขาดทุนอาจจะเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาด รวมไปถึงการเกิดภัยทางธรรมชาติ และการเกิดสงคราม ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกองทุนรวมด้วยกันทั้งสิ้น

read more

วิธีลดความเสี่ยงการลงทุนในกองทุนรวม

วิธีลดความเสี่ยงการลงทุนในกองทุนรวม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนการลงทุนผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดทุกครั้ง แต่เราก็มีวิธีที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกลับทรัพย์สินหรือเงินที่เรานำไปลงทุนกันได้ โดยคุณสามารถทำได้ดังนี้ 1. กระจายการลงทุนหรือซื้อกองทุนรวมหลายประเภท อย่าทุ่มซื้อเพียงประเภทเดียว วิธีนี้จะเป็นวิธีกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี 2. เลือกลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภทที่มีความแตกต่างกัน 3. ไม่ควรเลือกลงทุนหรือซื้อกองทุนรวมอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่มีผลประกอบการต่ำ โดยศึกษาได้จากข้อมูลผลประกอบการในแต่ละปีที่ผ่านมา อย่าดูแค่ปีล่าสุดเพียงปีเดียวแต่ควรดูหลายๆ ปีประกอบกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจที่มีผลประกอบการดีมาโดยตลอดในอนาคตจะไม่มีโอกาสตก แต่จะมีความเสี่ยงหรือเปอร์เซ็นต์ในการตกน้อยกว่าธุรกิจที่มีผลประกอบการต่ำมาโดยตลอด 4. ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหลักทรัพย์หรือกองทุนรวมควรกำหนดระยะเวลาในการลงทุนที่แน่นอน อย่างเช่นถ้าตั้งใจลงทุนในระยะยาว ก็ไม่ควรตื่นตระหนกถ้าเกิดมีเหตุให้ราคาผันผวนในระยะเวลาสั้น 5. ไม่ควรซื้อขายหน่วยลงทุนบ่อย เพราะในแต่ละครั้งที่เราทำการซื้อขายอาจมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น ถึงจะไม่มากแต่ถ้าหลายครั้งก็จะกลายเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย วิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยลดหรือกระจายความเสี่ยงในการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมได้เป็นอย่างดี ใครที่กำลังตัดสินใจซื้ออย่าลืมนำไปประกอบการพิจารณาในการลงทุนกันด้วย เพื่อให้คุณได้ผลตอบแทนจากกองทุนรวมที่คุณเลือกอย่างคุ้มค่า

read more

ประโยชน์ดีๆ ที่เราจะได้รับจากกองทุนรวม

ประโยชน์ดีๆ ที่เราจะได้รับจากกองทุนรวม ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสนใจการนำเงินมาลงทุนในกองทุนรวม บางครั้งคุณอาจจะยังสงสัยว่าตัวเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง หรือจะแตกต่างจากการนำเงินไปลงทุนเองมากน้อยแค่ไหน ใครที่กำลังมีความคิดแบบนี้อยู่หรือยังลังเลสงสัยวันนี้เรามีประโยชน์ดีๆ จากกองทุนรวมมาฝากเพื่อเป็นตัวช่วยประกอบการพิจารณาและช่วยให้คุณตัดสินใจในการลงทุนได้ง่ายขึ้น สำหรับประโยชน์ที่ว่าก็อย่างเช่น 1. กองทุนรวมช่วยลดความเสี่ยง เพราะเป็นการนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินจากหลายแหล่ง เหมือนเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่ได้ลงทุนในสถานที่แห่งเดียว การลงทุนเพียงที่เดียวถ้ากิจการเกิดประสบปัญหาขาดทุน อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดทุนจนถึงขั้นหมดตัวไปด้วยได้ 2. กองทุนรวมดำเนินงานโดยมืออาชีพ ในกองทุนรวมจะมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านการลงทุน เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะช่วยให้เรามั่นใจขึ้นได้ว่าเงินที่นำมาลงทุนจะทำให้เกิดผลประโยชน์หรือได้กำไรมากกว่าขาดทุน 3. สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน การลงทุนกับกองทุนรวมเราสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้จากทางโทรศัพท์หรือระบบสั่งซื้อออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งช่วยให้สะดวกสบายในการซื้อและประหยัดเวลารวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และผู้ลงทุนยังสามารถหาข้อมูล ติดต่อและทำการซื้อขายได้ด้วยตนเองในทุกที่ที่ต้องการ 4. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแต่ขาดประสบการณ์ อย่างที่กล่าวมาแล้วว่ากองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแต่ไม่มีความรู้หรือทักษะในด้านนี้ เมื่อทราบประโยชน์ของกองทุนรวมกันแล้วคราวนี้ใครที่กำลังคิดจะลงทุนคงตัดสินใจกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

read more

ข้อเสียเมื่อนำเงินมาลงทุนในกองทุนรวม

ข้อเสียเมื่อนำเงินมาลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนนอกจากจะมีความเสี่ยงแล้วก็ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อดีเราได้กล่าวไปแล้วในบทความก่อน ดังนั้นเราลองมาดูข้อเสียในการนำเงินมาลงทุนในกองทุนรวมกันบ้างดีกว่า มีอะไรบ้างนั้นใครสนใจลองมาดูกันต่อเลย 1. ทำให้ขาดสภาพคล่อง หรือก็คือถ้าจำเป็นต้องใช้เงินกันจริงๆ หรือมีเงินอยู่จำกัดแล้วนำมาลงทุนไปหมดแล้ว ถ้าต้องใช้เงินเราต้องทำการกู้เงินโดยใช้เงินที่สะสมเป็นตัวอ้างอิงหรือค้ำประกันนั่นเอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนแต่ละแห่งประกอบกันด้วย เพราะบางแห่งอาจจะไม่มีให้กู้ยืมแต่เราจำเป็นต้องลาออกจากกองทุนซึ่งก็ต้องรับภาระในการชำระค่าภาษีตามจำนวนเงินที่ลงทุนไป แตกต่างจากเงินฝากออมทรัพย์ที่สามารถเบิกถอนได้ตามความต้องการและไม่ต้องรับภาระค่าภาษี 2. ผลตอบแทนผันผวนตามภาวะดอกเบี้ยที่มีขึ้นลงไม่แน่นอน และบางกองทุนเงินปันผลที่ได้รับอาจจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีอีกด้วย 3. การลงทุนมีความเสี่ยง และต้องพิจารณาด้วยว่ากองทุนที่เรารวมลงทุนมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทใด 4. เราไม่มีสิทธิ์ในการจัดสรรหรือกำกับดูแลเงินลงทุนได้ด้วยตนเอง เพราะเราส่งเงินให้คนอื่นหรือผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลหรือดำเนินการนำเงินไปลงทุนได้ตามนโยบายของกองทุน ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรเลือกลงทุนกับกองทุนรวมที่ไว้ใจและน่าเชื่อถือเท่านั้น ยังไงก็ตามการลงทุนกับกองทุนรวมยังจัดว่าเป็นการลงทุนที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือผู้ลงทุนจะต้องทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ ของกองทุนอย่างละเอียดรอบคอบกันเสียก่อนการตัดสินใจ

read more

มาทำความรู้จักกองทุนรวมกันดีกว่า

มาทำความรู้จักกองทุนรวมกันดีกว่า “กองทุนรวม” คิดว่าคงเป็นคำที่หลายๆ คนต้องเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารทางทีวีหรือสื่ออินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทำงานบางคนอาจจะให้ความสนใจ แต่บางคนก็อาจจะคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องมาใส่ใจ เพราะหลายคนมักคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากแล้ว หรือวัยใกล้เกษียณอายุเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการนำเงินก้อนสุดท้ายมาลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ แต่ก็มีคนอายุน้อยที่ให้ความสนใจการลงทุนในกองทุนรวมเช่นกัน เพราะบางอย่างการลงทุนก่อนศึกษาก่อนก็ถือว่าได้เปรียบและเป็นความคิดที่ดี เพราะกว่าจะถึงวัยเกษียณเราจะมีประสบการณ์ในการลงทุน หรือบางทีก็ช่วยให้หลายคนมีเงินเก็บเอาไว้ใช้ในวัยนั้นกันได้อย่างสบาย ที่สำคัญถ้าผิดพลาดในช่วงอายุยังน้อยการจะลุกขึ้นมาใหม่เป็นเรื่องง่ายกว่าการที่เราลงทุนเมื่ออายุมากแล้ว พูดมาซะเยอะเรามาเข้าเรื่องและมาทำความรู้จักกองทุนรวมกันดีกว่า กองทุนรวมคือ สถานที่หรือหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งที่หลายๆ คนนำเงินไปรวมๆ กัน เพื่อมอบหมายให้คนๆ หนึ่งหรือหลายคนที่อยู่ภายใต้หน่วยงานั้นนำไป “ลงทุน” ให้เงินมันงอกเงยหรือได้กำไรขึ้นมา โดยเราจะเรียกผู้นำเงินไปลงทุนว่า “ผู้จัดการกองทุน” แล้วเรียกเงินที่นำมาลงทุนว่า “กองทุนรวม” ซึ่งในปัจจุบันมีกองทุนรวมอยู่หลายประเภท ที่นำเงินไปลงทุนแตกต่างกัน รวมไปถึงความเสี่ยงก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นถ้าคิดจะลงทุนก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ละเอียดกันด้วย

read more

ความหมายของกองทุนรวม

ความหมายของกองทุนรวม หลายคนคงเคยได้ยินชื่อกองทุนรวมกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังสงสัยว่าคืออะไรกันแน่ ขอสรุปง่ายๆ นะคะ กองทุนรวม คือ การลงทุนที่เหมาะกับผู้ลงทุนรายย่อย จะเป็นลักษณะที่ผู้ลงทุนรายย่อยหลายราย นำเงินของตนเองมารวมกันเพื่อลงทุน โดยจะมีผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้และความชำนาญนำเงินรวมนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกำไรหรือผลตอบแทนคืนให้กับกองทุน ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามตามสัดส่วนที่ได้ลงทุนไว้ ในกองทุนรวมนั้นๆ กองทุนรวมจึงเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดเงินทุน แต่การจะเลือกลงทุนประเภทใดประเภทหนึ่งไปเลยอาจจะติดขัดในบางเรื่อง และในบางครั้งอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ รวมไปถึงผู้ที่มีทุนทรัพย์ไม่มากและไม่สามารถที่จะกระจายการลงทุนไปในหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่ต้องการได้ การลงทุนกับกองทุนรวมจึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการนำเงินมาลงทุนได้ดีกว่า โดยเมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหน่วยลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้นำเงินนั้นไปซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้ ตามนโยบายของกองทุนประเภทนั้น และในทุกวันผู้จัดการกองทุนจะทำการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่เลือกลงทุน เพื่อให้ทราบมูลค่าของสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยลงทุนว่าเป็นเท่าไร ซึ่งถ้าผู้จัดการสามารถบริหารการลงทุนได้อย่ามีประสิทธิภาพและได้ผลดีมูลค่าทรัพย์สินต่อหน่วยลงทุนก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย แต่การลงทุนไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามยังจัดว่ามีความเสี่ยง ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดและตัดสินใจลงทุนในประเภทที่คิดว่าน่าจะให้ผลลัพธ์หรือผลตอบแทนที่ดีจริงๆ

read more

การลงทุนในกองทุนรวมเหมาะสำหรับใคร

การลงทุนในกองทุนรวมเหมาะสำหรับใคร หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากองทุนรวมหมายถึง การที่ผู้ลงทุนหลายย่อยนำเงินหรือทุนทรัพย์มาลงทุนกับผู้รับลงทุนในหน่วยธุรกิจต่างๆ ให้ได้มาซึ่งผลตอบแทน แล้วทราบกันไหมค่ะว่าการลงทุนในกองทุนรวมนั้นเหมาะสำหรับใครบ้าง ซึ่งเราพอจะสรุปได้ดังนี้ 1. เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้ ไม่มีความเชี่ยวชาญ และไม่มีเวลาในการศึกษาข้อมูลเพื่อใช้เป็นตัวตัดสินใจในการลงทุน 2. มีอุปสรรคหลายอย่างที่ส่งผลให้การลงทุนด้วยตนเองไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ การเปลี่ยนมาลงทุนกับกองทุนรวมจึงจัดเป็นทางเลือกที่ดี 3. มีเงินลงทุนหรือทุนทรัพย์ไม่มาก ทำให้ไม่สามารถกระจายทุนไปยังหลักทรัพย์ต่างๆ ได้อย่างที่ต้องการ การลงทุนกับกองทุนรวมจะเหมือนเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงจากเงินทุนที่เรานำมาลง ที่สำคัญถ้าผู้รับลงทุนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในด้านนี้เงินลงทุนหรือทุนทรัพย์ที่เรานำมาลงก็จะเกิดผลตอบแทนที่ดี 4. เป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน เพราะถ้าเราไม่มีความรู้และประสบการณ์รวมไปถึงไม่มีเวลาศึกษาข้อมูลการลงทุนจัดเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เนื่องจากกองทุนในปัจจุบันมีหลายประเภทและก็ไม่ใช่ว่าทุกกองทุนจะให้ผลตอบแทนสูงหรือได้ผลตอบแทนตลอด บางกองทุนอาจจะมีความเสี่ยงและทำให้เราขาดทุนได้เช่นกัน ในปัจจุบันการลงทุนกับกองทุนรวมก็ยังมีหลายประเภทที่ให้เราสามารถเลือกได้ ดังนั้นก่อนอื่นก็ดูจากผลตอบแทนในแต่ละปีและดูความน่าเชื่อถือของผู้รับลงทุนเป็นตัวประกอบการพิจารณา เพื่อให้คุณได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

read more

ข้อดีของการลงทุนกับกองทุนรวม

ข้อดีของการลงทุนกับกองทุนรวม กองทุนรวมเปรียบเหมือนสถาบันที่รวบรวมเงินนักลงทุน จากนั้นนำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และมีผู้บริหารกองทุนที่มีความรู้ในการลงทุนเป็นอย่างดีหรือที่เราเรียกกันว่ามืออาชีพ กองทุนรวมจะมีลักษณะเป็นการขายหน่วยลงทุนเล็กๆ แล้วผู้บริการจะทำการรวบรวมเงินที่ได้นำไปลงทุนทำให้สามารถลงทุนสินทรัพย์ได้หลากหลาย เป็นการกระจายความเสี่ยง สำหรับข้อดีของกองทุนรวมนั้นพอจะสรุปได้ดังนี้ 1. เราสามารถนำเงินมาลงทุนได้ตามจำนวนที่ต้องการหรือลงทุนต่อหน่วยลงทุนไม่มาก แต่สามารถไปร่วมลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภทที่กองทุนนำไปลงทุน หรือก็คือถ้าเราเป็นผู้นำเงินไปลงทุนเองจะไม่สามารถกระจายเงินทุนที่มีอยู่จำกัดไปลงทุนได้ ซึ่งถ้ามีรายได้หรือเงินปันผลกลับมาทางกองทุนก็จะจัดสรรให้ตามจัดส่วนที่เรานำไปลงทุน 2. บางกองทุนเรายังสามารถนำเงินที่ลงทุนไปทำการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย 3. ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลหรือไม่มีความรู้ความสามารถรวมถึงประสบการณ์ในการลงทุน การนำเงินมาร่วมลงทุนกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์จัดเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่เรานำเงินไปลงทุนเอง 4. เลือกระดับความเสี่ยงได้ตามความต้องการ โดยเราสามารถเลือกประเภทของกองทุนที่ต้องการกันได้เลย แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าความเสี่ยงน้อยเงินปันผลก็จะน้อยตามไปด้วยนั่นเอง 5. บางกองทุนสามารถขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วเพียงไม่กี่วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนประกอบกันด้วย ซึ่งจะแตกต่างกับการที่เรานำเงินไปลงทุนประเภทอสังหาริมทรัพย์อย่าง บ้านหรือที่ดิน ซึ่งจะเปลี่ยนมาเป็นเงินสดได้ยากกว่า มีข้อดีหลายอย่างจัดได้ว่าการลงทุนกับกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

read more